นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๑๒)

                                                               ตอนที่๑๒ ปลดขิก




                เริ่มเข้าหน้าฝนอย่างเต็มฤดูในกลางเดือนแปดดูท่าทีฝนปีนี้จะมาเร็วไปไว ชาวบ้านวังทามเริ่มดำนา หลายครอบครัวขนข้าวของลงนอนนา แต่สำหรับเด็กชายบุญกานนอนนาคือกิจวัตรที่บุญทำทุกวันตั้งแต่จำความได้ เช้าใหม่หลังฝนหยุดจากที่ตกทั้งคืน บุญก็ปั่นจักรยานเข้าบ้านเพื่อจะแต่งตัวไปโรงเรียน เห็นแต่ยายบุญถันน้องสาวของตาเถิงเดินออกจากหน้าบ้าน
                “แม่ใหญ่ถันลาวมาหยังแม่ใหญ่” บุญถามยายก้อมเพราะร้อยวันพันปียายบุญถันก็ไม่เคยโผล่มาถึงบ้านของตน
                “อีกระถินสิเอาผัว มันเลยมาเล่าพี่เล่าน้อง” ยายก้อมตอบแบบเสียงแข็ง เพราะไม่ค่อยจะกินเส้นกันกับยายบุญถันน้องสาวของตาเถิงผู้เป็นสามีเท่าไรนัก
                สัญญาณเหมือนเป็นการบอกถึงรางร้ายที่จะเข้ามาอีกครั้ง ตาของบุญกระตุกอยู่ทั้งวันกลับถึงบ้านก็เห็นแม่นั่งทำหน้าเศร้าในชุดดำนาที่ยังไม่เปลี่ยนถ่าย บุญยังไม่ทันได้ถามแม่ก็พูดสวนขึ้นก่อนอย่างทันควัน
                “มื้อฮืออีกระถินสิเอาผัว” แม่บอกกับบุญว่าอีกสองวันจะมีงานแต่งของลูกสาวคนเล็กของยายถัน
                “ข้อยฮู้แล้ว มื้อเช้านี้ลาวมาหาแม่ใหญ่อยู่เฮือน” บุญตอบ
                “แล้วฮู้หละยังว่าเพิ่นมาของัวบักแดงน้อยไปซ่อยงาน” แม่ตัดสินใจบอกกับลูกชายเพราะไม่อยากให้รู้ภายหลัง
                เมื่อบุญได้ยินคำพูดของแม่ ก็เหมือนกับดวงไฟสุมอก มันจุกจนพูดไม่ออก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา ทำไมต้องมีแต่เรื่องราวที่แสนเจ็บปวดเข้ามาในชีวิต
                “เอาผัวแล้วเป็นหยังมาเดือดร้อนกับงัวข่อย” บุญถามแม่ด้วยเสียงสั่นเครือ
                “เฮาขัดเพิ่นบ่ได้ นาที่เฮาเฮ็ดข้าวกินอยู่สุมื้อนี้มันยังบ่เป็นของไผ” แม่เล่าให้บุญฟังถึงเรื่องราวความเป็นมาของผืนนาทุ่งตีนบ้านที่เป็นนาของครอบครัวเพียงแค่ในนาม แต่พ่อใหญ่เฒ่าพ่อของตาเถิงได้มอบอำนาจให้ยายถันเป็นคนจัดการกับมรดกทั้งหมด ซึ่งใบนาก็ยังเป็นชื่อของพ่อใหญ่เฒ่าดังนั้นครอบครัวของบุญจึงพยายามหลีกเลี่ยงการมีปากเสียงกับครอบครัวของยายบุญถัน
                “เฮาต้องเป็นขี้ข้ามันไปอีกจักปีจักชาติค่อยสิเบิดเวรเบิดกรรม” บุญพูดทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม
                ถึงวันงานยายบุญถันสั่งให้พ่อจูงวัวบักแดงน้อยไปให้เหล่ามือสังหารที่หัวนาเรื้อหลังโรงเรียน บุญหยุดร้องไห้ฟายนำตาตัดสินใจเดินลงจากเถียงตรงเข้าไปร้อยเชือกวัวบักแดงน้อยที่ยืนอยู่ข้างวัวอีแดงผู้เป็นแม่ซึ่งยืนน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นทางราวกับรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับลูกของตน
                “กูขอให้มึงอย่าจองกรรมจองเวรกับกูเด้อ” บุญลูบหัวบัดแดงน้อย ทำให้น้ำตาของเด็กชายไหลอาบแก้มอีกครั้ง บุญจูงวัวบักแดงน้อยออกจากคอก แดงร้องตาม มอ มอ เหมือนกับมันพูดอะไรสักอย่างเพื่อสั่งลาส่วนวัวบักแดงน้อยหันกลับไปร้องตอบพร้อมทั้งมีน้ำไหลออกจากตาแล้วเดินตามหลังบุญผู้เป็นเจ้าของ บุญสังเกตเห็นความเศร้าในแววตาทั้งสองข้าง หมาอีก่านเดินตามหลังคราง หงิง ๆ เหมือนมันสื่อภาษาบอกให้นายของมันหยุด

                เสียงกีบท้าวกระทบกับพื้นลูกลังเสียงดังกุบกับเคล้ากับเสียงขิกบนคอของบักแดงน้อยดัง ปิก ๆ แต่เสีงเหล่านี้มันช่างไม่ได้ส่งผลให้มีความสุขเหมือนครั้งก่อนเลย ยิ่งได้ฟังมันยิ่งทวีความเศร้าให้รุมเร้าหัวใจมากยิ่งขึ้น
                ถึงร่มพุทราตรงนาเรื้อหลังโรงเรียนบุญปลดขิกออกจากคอวัวแล้วส่งเชือกให้เหล่าเพชฌฆาต  บุญเดินหันหลังให้ห่างไปได้สองแปลงนาจึงหันกลับไปดูวัวของตน มันถูกผูกขันไว้กับต้นพุทราจนแน่น มันยืนหลับตาปริบ ๆ แกว่งหางไปมา ไม่นานนักมันก็ทรุดขาทั้งสี่ลงเมื่อสิ้นเสียงค้อนที่ฟาดลงตรงกลางหัวของมัน น้ำตาของบุญได้ไหลพรากออกมาภาพที่เห็นมันช่างโหดร้ายเสียจริง เด็กชายหันหลังให้ภาพที่เกิดขึ้นเดินกลับบ้านทั้งปาดน้ำตา ในมือถือขิกที่ปลดออดจากคอวัวเดินร้องไห้กลับบ้าน



                                                                                                                           เซียง บุญ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๒)

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๙)

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๔)