นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๒)
ตอนที่ ๒ วันศีลใหญ่
วันพระใหญ่มาถึงแล้ว ชาวบ้านวังทามต่างเดินเป็นสายตามกันมุ่งไปยังวัดป่าหลังจากใส่บาตรเสร็จ แม่คำกองแม่ของบุญได้อ่อมกบใส่ผักกะแงงกลิ่นหอมลอยมาตามสายลมชวนให้น้ำลายสอทีเดียว แม่แบ่งตักใส่หม้อจังหันเสร็จสรรพ ร้องเรียกผู้เป็นลูกชายที่อาบน้ำแต่งตัวอยู่บนเรือน
“บุญ ลงมาเอาหม้อกับติบข้าวเด้อ แม่ออกเพิ่นไปมิดบ้านแล้ว” แม่พูดเร่งให้บุญรีบแต่งตัว
บุญรีบวิ่งลงมาจากเรือน ตรงเข้าไปในครัวสะพายกระติบข้าวและหิ้วเอาหม้อจังหัน ขึ้นขี่รถจักรยานคู่กาย ตรงรี่ไปที่วัดป่า พวกแม่ออก ที่โรงครัวช่วยกันจัดสำรับภัตตาหาร มือจัดอาหารปากก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเจรจาถามข่าวข้าวปลาซึ่งกันและกัน
“เป็นใด๋แนน้อพ่อออกแม่ออก ข้าวน้ำซ่ามปลาปีนี้คือสิได้เต็มเล้าแอ่นขางกันสุคนอยู่เนาะ”
หลวงตาเจ้าอาวาส ถามไถ่ญาติโยมที่มาร่วมทำบุญในศาลา ก่อนจะประกอบศาสนกิจ
พอพระให้พรพ่อใหญ่แม่ใญ่ก็ต่างพากันรินน้ำลงในขันที่เตรียมมา พร้อมกับบ่นพึมพำตามไปด้วย บุญเลยนึกตามคำของแม่ใหญ่ที่เคยเล่าให้ฟังว่า “เพิ่นอธิษฐาน ส่งผลบุญให้เปรตตาญาติ ผีปูผีย่า ที่เพิ่นตายไปแล้วจั่งสิได้กินข้าว ลูกหลานไผบ่ไปวัดส่งจังหัน พ่อแม่ ปู่ย่าตายายกะสิบ่ได้กินข้าว” ทำให้เด็กชายบุญชอบไปส่งจังหันที่วัดเป็นประจำไม่ขาด ถ้าช่วงไหนเข้าโรงเรียนก็จะเป็นหน้าที่ของแม่ใหญ่ส่วนบุญจะใส่บาตรทุกเช้าก่อนกินข้าวไปเรียน
หลังจากที่พระให้พรเสร็จทุกคนก็จะเดินออกนอกศาลานำน้ำไปเทลงโคนต้นไม้ ก่อนที่บางคนจะกลับบ้านและบางคนก็จะจัดสำรับอาหารที่ถูกลำเลียงมาจากศาลา แล้วล้อมวงกินกันตามอัตภาพ
ขณะที่บุญนั่งร่วมวงกินข้าวอยู่นั้น พ่อใหญ่จารย์หนูได้ทักถามบุญขึ้นขณะทีกำลังม้วนผักกาดน้อยเข้าปาก
“สังกะลีมึงโรงเรียนปิดหละติคือได้มาวัด” พ่อใหญ่จารย์หนูถามไปพรางเคี้ยวข้าวหนุบ ๆ
“ปิดแล้วพ่อใหญ่” บุญตอบไป
พ่อใหญ่จารย์หนูคนเฒ่าในหมู่บ้านวังทามที่เป็นผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มคนเลี้ยงวัวแห่งนาทมบักขามเฒ่า ที่เลี้ยงวัวมาตั้งแต่อายุได้10ปีจนอายุ65ปี จึงทำให้รู้จักทุกรางวาในทุ่งนาทมบักขามเฒ่า อีกทั้งยังเป็นปราชญ์วัวผู้รู้การแกะรอยเวลาวัวหาย
“เฒ่าหนูยามใด๋เจ้าสิพาซุมข่อยไปเลี้ยงงัว ข้าวนาปลาแล้วเบิดสุคนหละ” เสียงหญิงชรารุ่นราวคราวเดียวกันกับพ่อใหญ่จารย์หนูได้ถามแทรกขึ้น เสียงของยายทองคำ แม่ออกค้ำวัดป่า สมาชิกอาวุโสฝ่ายหญิงที่เวลาพูดหรือยิ้มจะเห็นฟันสีดำเกรียมทุกซี่เพราะการเคี้ยวหมากที่หาคนเทียบไม่ได้
“กูกะว่าสิไปซวนสูอยู่เฮือนยุ หากบ่ได้กลายไปทางคุ้มเหนือจักเทือ” พิอใหญ่จารย์หนูตอบยายทองคำ
“มื้ออื่นกูสิไล่งัวลงมาบ้าน มื้อฮือเฮาจั่งไปเลี้ยงเนาะไปซวนเขาอีจ่อย อีบัวสายนำเด้อกูบ่ได้กายไปทางพุ้น” พ่อใหญ่จารย์หนูสั่งความกับยายทองคำ
หลังจากที่นัดหมายวันรวมตัวกันของกลุ่มไทเลี้ยงวัวนาทมบักขามเฒ่าเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายกันเก็บข้าวของถูศาลา บุญเข้าไปรับบาตรหลวงตามาเทข้าวก้นบาตรใส่ถาดเดินออกศาลาไปที่โรงล้างบาตร ด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปเลี้ยงวัวร่วมกับคนอื่น ๆ แต่อีกใจหนึ่งก็กังวลว่าวัวอีดำที่กำลังอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดมาออกลูกก่อนที่จะได้ไปปล่อยเลี้ยงรวมฝูง
เสร็จจากทางวัดบุญก็ปั่นรถจักรยานกลับมาบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะปั่นจักรยายออกทุ่งเพื่อที่จะไปย้ายหลักวัวเข้าร่ม พร้อมกับนำข้าวไปเกียหมาอีก่านที่นอนเฝ้าเถียงนา ตาเถิงกลังเหลาไม้ไผ่สานกระติบข้าวอยูใต้เถียงนา พร้อมกับฟังหมอลำกลอนจากวิทยุธานินทร์เครื่องเก่า
“ไปเบิ่งงัวอีดำแนหำ เผื่อมันหลอยออกลูก” ตาเถิงบอกหลานชายที่กำลังเกียหมา
“มันป็นแนวใด๋แนมิ้อเช้า มันเป็นตาออกบ่” บุญถามต่อ
“มันเป็นบ่ค่อยกินหญ้า ยืนสึงหลึงกัดแข่วพวด ๆ” ตาเถิงบอกอาการวัวอีดำ
บุญเดินลัดทุ่งนาไปยังทุ่งนาบ๋าพร้อมกับหมาอีก่าน ยืนบนคันนาแลหาวัวอีดำแต่กลับไม่เห็น มีเพียงแม่และน้องของมันที่เล็มหญ้าอยู่ บุญจึงอ้อมไปข้างฝั่งโพนต้นข่อย ทำให้บุญเห็นกับภาพที่ทำให้ตัดสินใจไม่ถูก เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือวัวอีดำนั่นเอง มันกำลังเบิ่งลูกที่พ้อนออกมาเพียงขาเล็ก ๆ กับเล็บท้าวสีขาวเหลือง
บุญจึงตัดสินใจรีบวิ่งกลับไปยังเถียงนาของตนเพื่อไปเรียกพ่อใหญ่เถิง ผู้เป็นตาของตน
“พ่อใหญ่ ๆ”เสียงเรียกของบุญที่ดังแว่วมาก่อนที่จะมาถึงเถียงนา
บุญมาหยุดที่เถียงนาด้วยเสียงหอบ แหก ๆ เสียงคล้ายหมาอีก่าน ตาเถิงรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับวัว จึงมีการเตรียมพร้อมไว้รอบุญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“มันออกหละเบาะ” ตาเถิงถามหลาน
“ขามันออกแล้ว แต่หัวมันยังบ่พ้น” บุญตอบคำถามตามที่เห็นมาด้วยความตื่นเด้นพร้อมกับเสียงหอบที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ตาเถิงจับเอาครุถังพายใส่บ่าพร้อมกันถุงเกลือยัดใส่ถุงพายเดินออกหน้าบุญไปยังทุ่งนาบ๋า พอไปถึงบุญกระโดเต้น หยอย ๆ เพราะวัวอีดำนั้นกำลังใช้ลิ้นเลียลูกวัวสีขาวทีชูคอโยกหัวโอนเอนไปมา ตาเถิงตักน้ำจากสระใกล้ ๆ หิ้วเดินเข้าไปหาวัวอีดำกับลูกน้อยพร้อมกับโรยเกลือลงบนผิวของลูกวัวแล้วเทใส่ลงในน้ำ
“โตแม่” ตาเถิงพูดขึ้นหลังจากที่เปิดหางของลูกวัวดู และแกะเอาเล็บสีขาวอ่อนนิ่มส่งให้บุญที่เตรียมใบตองไว้รองอยู่แล้ว ซึ่งเป็นอาหารชั้นยอดของเด็กน้อยบุญ
“มื้ออื่นเช้าบอกแม่ใหญ่มึงไปปลงพาหวานยุหัวเถียง” ตาเถิงสั่งบุญ
“สิใส่ชื่อมันว่าแนวใด๋พ่อใหญ่” บุญทำหน้าดาเหมือนคนกำลังใช้สมองครุ่นคิด
“สีขาวนวลอ่องต่องพอปานฝ้ายโหยด เอิ้นชื่ออีฝ้ายกะได้” ตาเถิงดูลักษณะลูกวัวแล้วใส่ชื่อให้ ทำให้ผู้เป็นหลานยิ้มระรื่นดีใจในความน่ารักของวัวน้อย
“มื้อแลงหนิหละกูสิได้กินของแซบ” ตาเถิงกล่าวอย่างมีความหวัง
เซียง บุญ...

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น