นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๙)


                                                ตอนที่ ๙ บุญเบิกบ้าน





สิ้นเดือนหกย่างเข้าเดือนเจ็ดออกใหม่สามค่ำหลายหมู่บ้านทั่วถิ่นภาคอีสานจะมีงานบุญประเพณีประจำเดือนของทั้งสิบสองเดือน ซึ่งในเดือนเจ็ดจะตกเป็นเดือนของบุญ ซำฮะหรือชำระ หรือรู้จักกันดีในชื่อของบุญเบิกบ้าน ซึ่งเป็นการทำบุญเพื่อชำระล้างสิ่งไม่ดีให้หมดสิ้นไปจากหมู่บ้าน ซึ่งในบางหมู่บ้านที่ไม่ทำบุญเบิกบ้านก็จะมีคนตายติดต่อกันหลายคน เชื่อกันว่าเป็นเพราะผีแม่หม้ายบ้าง ผีปอบบ้าง จึงมีการจัดพิธีสวดคาถาที่เป็นมงคลอยู่ที่หลักบ้าน ซึ่งชาวบ้านวังทามจะมีการจัดงานทำบุญเบิกบ้านขึ้นในอกสองวันขางหน้านี้
                “แล้วจังหันแล้วพากันออกเมือไปต่อด้ายสายสิญจน์เข้าเฮือนไผเฮือนมันเด้อ” พ่อใหญ่จารย์หนูกล่าวขึ้นกลางศาลา
                 บุญในฐานะเด็กน้อยคนสนิทของตาเฒ่าจารย์หนู ได้รับมอบหมายให้ไปหาหญ้าคามาหนึ่งกำใหญ่ เพื่อใช้ในการประพรมน้ำมนต์ ชาวบ้านวังทามทุกคนช่วยกันจัดแจงเพื่อเตรียมงาน ผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านช่วยกันตกแต่งประดับประดา และบางส่วนก็เข้าครัวทำอาหารรอพ่อบ้านที่ไปต่อสายสิญจน์ตามบ้าน ส่วนคณะของยายทองคำแม่ออกค้ำวัดป่าช่วยจีบคำหมากคำพลูส่วนยายของบุญกับแม่ออกอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำฝ้ายผูกแขนและขันหมากเบ็งอยู่ในศาลา
                “เฒ่าทองเจ้าว่าสรภัญกาเหว่าวอนเบิ่งก่อนหนะยังจื่อใด๋บ่”ยายจอมศรีหญิงชราวัยไล่เลี่ยกันกับยายทองคำกล่าวขึ้น
                “ เฮ้อ เฮ้ย มันแม่นบ่หละ” ยายทองคำหัวเราะพลางบอกถึงความไม่แน่ใจ
                “แอ้ม กาเอ๋ย กาเหว่าวอน” ยายทองคำส่งเสียงกระแอมก่อนจะขึ้นบทสรภัญ ด้วยน้ำเสียงที่หาคนจับได้ยาก
                หลังจากที่ยายทองคำขึ้นนำไปหนึ่งวรรค ผู้เฒ่าทั้งหลายที่นั่งตีวงล้อมทำเครื่องเตรียมงานอยู่นั้น ก็ร้องรับประสานเสียงบทกาเหว่าวอนต่อกันจนจบ แล้วพากันหัวเราะมองเห็นฟันสีน้ำตาลไหม้ที่เกิดจากการเคี้ยวหมาก เป็นเงามันขลับ
                ตะวันส่งแสงรำไรสีแดงผ่านยอดไม้ ชาวบ้านวังทามได้พร้อมกันนั่งเป็นแถวเรียงกันที่ศาลากลางบ้านเพื่อเตรียมทำพิธี มองไปแถวหน้ามองเห็นพวกคุณตาผู้เฒ่าทั้งหลายนั่งอยู่แถวแรก แถวถัดมาเป็นแถวของคณะคุณยายแม่ออกค้ำวัดป่านั่งใส่ชุดขาวใส่ผ้าเบี่ยงสีขาว และมีผมสีขาวเหมือนดอกของต้นเลาที่บานเป็นปุยอยู่ในป่าทาม ร่วมกันส่งเสียงสวดพระพุทธมนต์ ยายทองคำเป็นต้นเสียงว่าคาถาจุดเทียนชัยขณะที่พ่อใหญ่จารย์หนูจุดไฟเทียนบูชาพระ

                ในตอนเช้าตรู่ของวันใหม่แม่ใหญ่ก้อมยายของบุญลุกตื่นจัดเตรียมดอกไม้ขาว เทียนและฝ้ายสีขาวพร้อมกับถังน้ำมนต์ที่ผ่านการสวดคาถาเดินออกไปนาตีนบ้านปลุกเรียกบุญที่นอนอยู่บนเถียงนาให้ตื่นขึ้นมาช่วยอะไรสักอย่าง
                “บุญ ๆ ตื่นแหมะหล่า” ยายก้อมปลุกหลานพลางเดินตรงไปยังที่คอกวัว
                บุญรีบลุกจากที่นอนเดินตามลงไปหายายที่คอวัว เห็นยายก้อมกำลังจัดเตรียมปั้นข้าวเหนียวกับกล้วยใส่ใบตองพร้อมกับพูดพึมพำอยู่ตนเดียว
                “มาถือเอาคุถังน้ำมนต์ให้กู” ยายก้อมบอกหลายพลางลุกยืนปัดฝุ่นจากผ้าซิ่นเดินเข้าไปในคอกวัว
                “แม่ใหญ่สิเฮ็ดอิหยังให้มัน” บุญถามยายด้วยความสงสัย
                “กูสิสรงน้ำให้มัน” ยายก้อมตอบ
                “สรงให้มันเป็นหยังแม่ใหญ่ งัวมันบ่มักอาบน้ำมัน” บุญถามด้วยความสงสัยว่าทำไมอยู่ดี ๆ ยายของตนถึงจะเอาน้ำมาอาบให้วัวที่รู้กันดีว่ามันเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยจะถูกกันกับน้ำเท่าใดนัก
                “ให้มันอยู่ดีมีแฮงบ่เจ็บบ่ป่วย ให้มันคูณมันค่ำ” ยายก้อมตอบข้อสงสัยให้หลานเข้าใจ
                ว่าแล้วยายก้อมก็ผูกด้ายสีขาวที่ผ่านการสวดคาถาเมื่อตอนกลางคืน ใส่สายตะพายให้วัวอีแดงเป็นตัวแรกและตัวอื่นจนรบมีเพียงอีฝ้ายที่ยืนทำตาปริบ ๆ เหมือนรอให้ผูกด้ายให้เหมือนวัวตัวอื่น ๆ บ้าง
                เสร็จจากผูกด้ายยายก้อมก็โปรยน้ำมนต์ที่ผสมกับขมิ้นปรุงเป็นน้ำอบลูบลงใส่หัวของวัวพลางพูดบอกให้วัวค้ำคูณและอย่าเจ็บป่วย บุญยืนยิ้มพลางถือถังน้ำเดินตามยายที่กำลังเดินวิดน้ำลูบหัววัวตัวแล้วตัวเล่า



                                                                                                                                  เซียง บุญ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๒)

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๔)