นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๘)
ตอนที่ ๘ เสียค่าดอง
ชีวิตของผืนแผ่นดินที่แห้งแล้งกลับมามีความชุ่มชื้นอีกครั้ง ต้นหญ้าตีนตุ๊กแกตามแปลงนาก็เริ่มขยับกายขยายตัวลุกตื่นขึ้นมารับความสดชื่นจากน้ำฝน ฝูงวัวแห่งทุ่งนาทมบักขามเฒ่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลูกวัวที่เกิดมาลืมตาดูโลกเมื่อช่วงต้นฤดูแล้ง เริ่มผลัดขนน้ำนมและหัดเล็มหญ้าอ่อนที่ขึ้นเขียวขจี แม่วัวของแต่ละคอกเริ่มกลับมาสมบูรณ์ พร้อมที่จะมีลูกอีกครั้ง ทำให้ในช่วงนี้จะเห็นฝูงวัววิ่งไล่กันเป็นกลุ่มในบางวัน
“มื่อนี้งัวอีดำมึงคือเป็นพ้อว้อแพ้แว้แถะบักบุญ” พ่อใหญ่จารย์หนูถามเด็กชายเกี่ยวกับอาการที่สังเกตเห็นจากความผิดปกติของวัวอีดำ
“สงสัยมันแงงหาบักฉำฉา” บุญตอบกลับชายชรา
หลังจากที่วัวมารวมตัวกินน้ำที่สระกลางทุ่งก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น วัวอีดำนั่นเอง มันไล่ขึ้นขี่วัวตัวอื่น ๆ และมีวัวตัวผู้เล็ก ๆ ที่กำลังโตเป็นหนุ่มห้อมล้อมอยู่ที่ท้ายของอีดำ มันไม่ยอมกินหญ้าและไม่ยอมให้อีฝ้ายที่เป็นลูกสาวแสนน่ารักกินนมทั้งวัน
“งัวมึงมันขึ้นเดะหนิบักบุญ” ยายจ่อยที่นั่งอยู่ใต้ร่มฉำฉาบนขอบสระกล่าวขึ้น บอกว่าวัวของเด็กน้อยกำลังติดสัด
“แม่น” ยายทองคำกล่าวเสริม
“ตอนแลงมึงกะให้พ่อใหญ่มึงพาจูงไปทับกับงัวบ้านบักสมหมายบ้านโคกกะได้” พ่อใหญ่จารย์หนูแนะนำแหล่งพ่อพันธุ์วัว ที่ผู้คนในหมู่บ้านแถบลุ่มน้ำสงครามรู้จักกันดี
ช่วงค่ำหลังจากที่ไล่วัวถึงตีนบ้านเป็นช่วงที่เจ้าของวัวแต่ละคอกลำบากใจที่สุด เพราะหนุ่มน้อยของแต่ละคอกจะจำทางกลับคอกไม่ได้ ส่วนเด็กชายบุญก็จะมีวัวเพิ่มมาที่คอกมากกว่าทุกวัน ฝูงวัวเดินทางเข้าหมู่บ้านขณะที่ตามถนนมีเด็กเล็กกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
“หลีกทางเด้องัวแม่เซิงเข้าบ้าน” เสียงของยายทองคำร้องส่งเสียงออกหน้าขบวนวัว เพื่อเตือนให้เด็กที่กำลังเล่นหลีกทางวัว
ในฤดูกาลนี้ของทุกปีจะเป็นช่วงที่วัวควายยกขบวนกันวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านตั้งแต่หัววัน ทำให้เสียงของการร้องเตือนจากผู้ใหญ่บอกให้ลูกหลานคอยระวังดังขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
ตาเถิงจูงวัวนำหน้าบุญข้ามทุ่งนาทางทิศเหนือตรงไปยังบ้านโคกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก อีดำเดินตามพร้อมกับส่งเสียงร้อง บอ บอ ซึ่งอีฝ้ายลูกสาวที่คลอดเมื่อตอนต้นแล้งเดินตามหลังแม่ต้อย ๆ ไม่ห่าง ถัดมาคือหมาอีก่านที่วิ่งตาม วัวสองแม่ลูก บุญสะพายหม้อแบตเดินตามหลังคัดท้ายขบวน
ถึงบ้านของเจ้าของวัวพ่อพันธุ์ที่ชื่อสมหมาย บุญเหลียวผ่านแนวรั้วลอดเข้าไปก็ต้องตะลึงในความใหญ่โตของเจ้าวัวยักษ์ ที่ยืนรออย่างกับรู้งาน
“ปล่อยเข้ามาเลย” ชายเจ้าของวัวร้องบอกตาเถิง
“ห่าวปานเจ้าของเนางัวกะดาย” ตาเถิงพูดแหย่เจ้าของวัวอย่างคุ้นเคย
หลังจากที่ปล่อยวัวอีดำเข้าไปหาเจ้ายักษ์ตัวใหญ่ที่ยืนรอด้วยอาการสุดหื่น อีดำสูดดมกลิ่นของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบและสร้างความคุ้นเคย หลังจากนั้นมันก็ยืนนิ่งให้ตัวผู้ขึ้นขี่หลังจนถึงสองครั้ง จนหลังโก่งโค้งและชูหางมีน้ำเมือกใสไหลอาบตามขาและโคนหางจนเลื่อมเป็นเงา
“ท่อใด๋หละหมายค่าดอง” ตาเถิงถามพ่อใหญ่สมหมายถึงค่าผสมวัว
“บ่ยากดอก อีกซาวมื่อคันมันบ่ขึ้นอีกงัวน้อยแล่นหันจั่งเอาเงินมาให้ข่อยกะได้” เจ้าของวัวกล่าว
“ราคายังท่อเก่าอยู่แม่นบ่” ตาเถิงยังถามราคาค่าจ้างในการผสมวัว
“ท่อเก่านั้นหละ ข่อยบ่ขึ้นราคาคือน้ำมันดอก” เจ้าของวัวพ่อพันธุ์กล่าวเปรียบเทียบอย่างตลก
“มีลูกสาวแท้ ๆ แทนที่สิได้เงินค่าดอง แต่กลับมาเสียค่าแอวให้ผู้เพิ่นมีลูกชาย” ตาเถิงพูดราวกับน้อยใสแต่ก็มีสีหน้าที่เบิกบานบ่งบอกถึงความดีใจที่ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินค่าทับวัว แต่ก็คุ้มค่าที่จะได้สมาชิกวัวเพิ่มขึ้น
“ได้แต่ค่าแอว แต่มันกะออกลูกบ่ได้คืองัวเจ้าดอก” พ่อใหญ่สมหมายพูดขึ้นด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“คนเฮาคือบ่เป็นคืองัวแนเนาะ” ตาเถิงพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกระหยุมกระหยิม
หลังจากทับวัวเสร็จก็เป็นเวลาพลบค่ำพอดี สองคนตากับหลาน จูงวัวสองแม่ลูกข้ามทุ่งนาท่ามกลางแสงอาทิตย์สีแดงที่กำลังจะลอยลับหายไปในห้วงรัตติกาล
“มื่อนี้งัวอีดำมึงคือเป็นพ้อว้อแพ้แว้แถะบักบุญ” พ่อใหญ่จารย์หนูถามเด็กชายเกี่ยวกับอาการที่สังเกตเห็นจากความผิดปกติของวัวอีดำ
“สงสัยมันแงงหาบักฉำฉา” บุญตอบกลับชายชรา
หลังจากที่วัวมารวมตัวกินน้ำที่สระกลางทุ่งก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น วัวอีดำนั่นเอง มันไล่ขึ้นขี่วัวตัวอื่น ๆ และมีวัวตัวผู้เล็ก ๆ ที่กำลังโตเป็นหนุ่มห้อมล้อมอยู่ที่ท้ายของอีดำ มันไม่ยอมกินหญ้าและไม่ยอมให้อีฝ้ายที่เป็นลูกสาวแสนน่ารักกินนมทั้งวัน
“งัวมึงมันขึ้นเดะหนิบักบุญ” ยายจ่อยที่นั่งอยู่ใต้ร่มฉำฉาบนขอบสระกล่าวขึ้น บอกว่าวัวของเด็กน้อยกำลังติดสัด
“แม่น” ยายทองคำกล่าวเสริม
“ตอนแลงมึงกะให้พ่อใหญ่มึงพาจูงไปทับกับงัวบ้านบักสมหมายบ้านโคกกะได้” พ่อใหญ่จารย์หนูแนะนำแหล่งพ่อพันธุ์วัว ที่ผู้คนในหมู่บ้านแถบลุ่มน้ำสงครามรู้จักกันดี
ช่วงค่ำหลังจากที่ไล่วัวถึงตีนบ้านเป็นช่วงที่เจ้าของวัวแต่ละคอกลำบากใจที่สุด เพราะหนุ่มน้อยของแต่ละคอกจะจำทางกลับคอกไม่ได้ ส่วนเด็กชายบุญก็จะมีวัวเพิ่มมาที่คอกมากกว่าทุกวัน ฝูงวัวเดินทางเข้าหมู่บ้านขณะที่ตามถนนมีเด็กเล็กกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
“หลีกทางเด้องัวแม่เซิงเข้าบ้าน” เสียงของยายทองคำร้องส่งเสียงออกหน้าขบวนวัว เพื่อเตือนให้เด็กที่กำลังเล่นหลีกทางวัว
ในฤดูกาลนี้ของทุกปีจะเป็นช่วงที่วัวควายยกขบวนกันวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านตั้งแต่หัววัน ทำให้เสียงของการร้องเตือนจากผู้ใหญ่บอกให้ลูกหลานคอยระวังดังขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
ตาเถิงจูงวัวนำหน้าบุญข้ามทุ่งนาทางทิศเหนือตรงไปยังบ้านโคกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก อีดำเดินตามพร้อมกับส่งเสียงร้อง บอ บอ ซึ่งอีฝ้ายลูกสาวที่คลอดเมื่อตอนต้นแล้งเดินตามหลังแม่ต้อย ๆ ไม่ห่าง ถัดมาคือหมาอีก่านที่วิ่งตาม วัวสองแม่ลูก บุญสะพายหม้อแบตเดินตามหลังคัดท้ายขบวน
ถึงบ้านของเจ้าของวัวพ่อพันธุ์ที่ชื่อสมหมาย บุญเหลียวผ่านแนวรั้วลอดเข้าไปก็ต้องตะลึงในความใหญ่โตของเจ้าวัวยักษ์ ที่ยืนรออย่างกับรู้งาน
“ปล่อยเข้ามาเลย” ชายเจ้าของวัวร้องบอกตาเถิง
“ห่าวปานเจ้าของเนางัวกะดาย” ตาเถิงพูดแหย่เจ้าของวัวอย่างคุ้นเคย
หลังจากที่ปล่อยวัวอีดำเข้าไปหาเจ้ายักษ์ตัวใหญ่ที่ยืนรอด้วยอาการสุดหื่น อีดำสูดดมกลิ่นของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบและสร้างความคุ้นเคย หลังจากนั้นมันก็ยืนนิ่งให้ตัวผู้ขึ้นขี่หลังจนถึงสองครั้ง จนหลังโก่งโค้งและชูหางมีน้ำเมือกใสไหลอาบตามขาและโคนหางจนเลื่อมเป็นเงา
“ท่อใด๋หละหมายค่าดอง” ตาเถิงถามพ่อใหญ่สมหมายถึงค่าผสมวัว
“บ่ยากดอก อีกซาวมื่อคันมันบ่ขึ้นอีกงัวน้อยแล่นหันจั่งเอาเงินมาให้ข่อยกะได้” เจ้าของวัวกล่าว
“ราคายังท่อเก่าอยู่แม่นบ่” ตาเถิงยังถามราคาค่าจ้างในการผสมวัว
“ท่อเก่านั้นหละ ข่อยบ่ขึ้นราคาคือน้ำมันดอก” เจ้าของวัวพ่อพันธุ์กล่าวเปรียบเทียบอย่างตลก
“มีลูกสาวแท้ ๆ แทนที่สิได้เงินค่าดอง แต่กลับมาเสียค่าแอวให้ผู้เพิ่นมีลูกชาย” ตาเถิงพูดราวกับน้อยใสแต่ก็มีสีหน้าที่เบิกบานบ่งบอกถึงความดีใจที่ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินค่าทับวัว แต่ก็คุ้มค่าที่จะได้สมาชิกวัวเพิ่มขึ้น
“ได้แต่ค่าแอว แต่มันกะออกลูกบ่ได้คืองัวเจ้าดอก” พ่อใหญ่สมหมายพูดขึ้นด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“คนเฮาคือบ่เป็นคืองัวแนเนาะ” ตาเถิงพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกระหยุมกระหยิม
หลังจากทับวัวเสร็จก็เป็นเวลาพลบค่ำพอดี สองคนตากับหลาน จูงวัวสองแม่ลูกข้ามทุ่งนาท่ามกลางแสงอาทิตย์สีแดงที่กำลังจะลอยลับหายไปในห้วงรัตติกาล
เซียง บุญ...

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น