นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๑)

                             

                                                          ตอนที่๑ คู่ปรับเก่า


                                ในภาพอาจจะมี การวาดรูป




“ตื่น ๆ บุญ ตื่น” เสียงชายชราอายุราวหกสิบปีดังขึ้นแทรกความเงียบสงัดในเวลาจวนจะเช้า
เด็กชายบุญลืมตาขึ้นตื่นจากการหลับใหลในค่ำคืน ก่อนที่จะหลับตาลงพร้อมที่จะหลับอีกครั้ง
                “ลุก ๆ ผู้อื่นสิเอาไปล่ามเบิดก่อน ฟ้าวเอางัวเฮาไป พ่อสิเอารถไถไปถ่า” ตาเถิงพูดพลางกับติดเครื่องรถไถ
                เด็กชายบุญรีบพาตัวผละลุกจากที่นอนรีบก้าวขาลงบันไดเถียงนา  แล้วมุ่งหน้าไปที่คอกวัว บุญม้วนเก็บเชือกกับหลักไม้ที่ตาเหลาไว้สำหรับล่ามวัวจัดใส่ในย่ามด้วยความเร่งรีบ บุญเปิดราวรั้วไม้ไผ่เสียงดังโครม เป็นสัญญาณที่ทำให้วัวของเขานั้นลุกยืนขึ้นทีละตัวราวกับรู้ดีว่าจะต้องได้ออกไปลิ้มรสหญ้าอ่อนในยามเช้า
                บุญตรงรี่เข้าไปในคอกวัวและผูกเชือกเอาวัวของเขา บุญจูงเชือกพาวัวอีแดงนำหน้าออกจากคอกไป โดยที่ตัวอื่น ๆ ก็ตามหลังมาโดยผู้ที่คัดท้ายขบวนคือสุนัขของบุญ ชื่อ อีก่าน เสียงกระดึงที่คอวัวติ่ง ๆ สลับกับเสียงเท้าวัวกระทบพื้นดังกุบกับออกจากนาตรงไปที่ทุ่งนาของตาป๋องที่จะมีการสีข้าวในเช้านี้และเป็นที่หมายตาของเจ้าของวัวเจ้าอื่น ๆ ที่จะนำวัวของตนมากินหญ้าบนคันนาที่พึ่งเกี่ยวข้าวเสร็จ
                เสียงไก่เริ่มขันถี่ขึ้น แสงตะวันเริ่มมองเห็นเป็นสีแดง หยาดน้ำค้างเกาะตามยอดตามฝั่งทางแคบ ๆ ทีเต็มไปด้วยต้นหญ้าที่เรียกว่าหญ้าคอมมิวนิสต์ ทำให้ชายเสื้อและกางเกงของบุญชุ่มไปด้วยน้ำหมอก หมาอีก่านใช้ใบหน้าอันเรียวแหลมมุดลอดตามพงหญ้ารกตามท้ายฝูงวัวจนตัวของมันเปียกไปทั้งตัวราวกับไปกระโดดลงสระน้ำในมาเหมือนเมื่อครั้งในฤดูร้อนที่ก่านไปเลี้ยงวัวด้วย
                “ฮึ้ย ๆ ฟ้าวหย่าง สูอย่าลีลา ไปบ่ทันคนอื่นสูสิท้องแห้งอย่าว่ากูบ่บอก” บุญตวัดเชือกเร่งให้แม่วัวรีบเดินเพราะกลัวไม่ไปทันคนอื่น ซึ่งมันก็เป็นจริง ขณะที่บุญพาวัวของตนไปจนถึงลานทุ่งของตาป๋องที่ขนฟ่อนข้าวออกใหม่ ๆ ก็เจอพ่อใหญ่คำที่กำลังจูงวัวของตนตรงมายังนาของตาป๋องเช่นเดียวกับตน พอไปถึงตาเถิงพ่อใหญ่ของบุญที่ได้เดินทางล่วงหน้ามากิอนแล้วก็ได้มาช่วยบุญล่ามวัวโดยใช้เชือกต่อกันยาวทั่วสามถึงสี่คันนาตาเถิงเมื่อได้ที่เหมาะแล้วก็ตอกหลักแหลมที่บุญเตรียมมาดัง ถึบ ๆ ลงพื้นดินแล้วผูกวัวอีดำลูกสาวตัวแรกของวัวอีแดงซึ่งตอนนี้วัวอีดำท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว ซึ่งแม่ใหญ่ก้อมยายของบุญบอกว่าคงไม่เกินวันศีลใหญ่นี้หรอก
                บุญก็ตอกหลักแหลมลงบนคันนาทีห่างกันออกไปจากหลักวัวอีดำออกไปส่วนตาเถิงพอล่ามอีดำเสร็จแล้วก็ผูกวัวบักหมอกลูกชายของอีแดงน้องชายตัวถัดจากวัวอีดำ
                “ตกมาปีนี้มึงกะเป็นบ่าวขึ้นหลายตั้วหละเนาะ” ตาเถิงลูบแนวหลังของหมอก
                “ตกแล้งหนิหละข่อยสิเอาไปซนกับงัวบ้านโคก” บุญพูดยิ้ม ๆ
                “มึงอย่าหาเฮ็ดไปทั่ว เกิดมันเจ็บแข่งเจ็บขามามันสิยากพ่อ” ตาเถิงหันกลับไปพูดให้บุญ
                หลังจากล่ามวัวเสร็จตาเถิงก็กลับขึ้นไปบนลานข้าวเพื่อรอรถสีข้าวที่กำลังเดินทางมาเป็นลานแรกในตอนเช้าตรู่ บุญกับหมาอีก่านตรังไปยังขอบสระที่เป็นป่าหญ้ารกซึ่งมีรังหนูนาอาศัยอยู่ เพื่อที่จะได้มาดักบ่วงในตอนเย็น
                วัวของบุญต่างใช้ลิ้นม้วนหญ้าสดอ่อน ๆ เข้าปากอย่างเต็มปากเต็มคำ ทุกตัวต่างตั้งหน้าตั้งตากินอย่างไม่สนอะไรเลยยกเว้นบักแดงน้อยลูกตัวล่าสุดของวัวอีแดงที่กำลังจะอย่านมเพราะอีแดงเริ่มมีลูกในท้องอ่อน ๆ อีกแล้ว บักแดงน้อยไม่ค่อยสนหญ้าเพราะความสนใจทั้งหมดมันได้เพ่งมองแต่วัวพ่อใหญ่คำที่กำลังถูกปล่อยลงมายังทุ่งนาของตาป๋อง บักแดงน้อยร้อง มอ ๆ เป็นการทักทายเพื่อนวัวด้วยกัน หลังจากที่ร้องทักลูกแหง่สองตัวของตาคำที่พึ่งคลอดเมื่อสองสามเดือนที่แล้วก็วิ่งออกหน้าแม่ของมันตรงมายังบักแดงน้อย แล้วเล่นกันตามประสาเหมือนกับเด็กเล็ก
                พ่อใหญ่คำเป็นคนค่อยมีความเกรงใจใคร เวลาวัวไปสร้างความเสียหายให้คนอื่นก็มักจะทำเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนชาวบ้านต่างเบื่อหน่ายในความหน้าด้านของพ่อใหญ่คำ
                หลังจากที่นำวัวมาถึงพ่อใหญ่คำก็ปล่อยเชือกวัวโดยไม่ล่ามสักตัวทำให้วัวพ่อใหญ่คำเดินพล่านไปทั่ว ส่วนพ่อใหญ่คำก็เดินขึ้นไปบนลานเพื่อที่จะได้กินเหล้าฟรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนิสัยของตาคำ
                “ฟื้ด ๆ ๆ” เสียงดังคล้ายกับเสียงลมยางที่ถูกปล่อยออกมาดังขึ้น
                เด็กน้อยที่กำลังค้นหาอะไรสักอย่างในพงหญ้าต้องหยุดทันที เพราะรู้ดีว่ามันคือเสียงของอะไร
“เอาอีกแล้วตู้คำ ตู้ห่าหนิ บ่ล่ามงัวอีกแล้ว” บุญบ่นพึมพรำพร้อมกับยืนขึ้นมองไปหาวัวตนเอง และสิ่งที่เขาเห็นคือ วัวของพ่อใหญ่คำชื่ออีงอม คู่ปรับเก่าของวัวอีแดง กำลังเดินก้มหน้า พ่นลมออกจากจมูกอย่างแรง เพื่อเป็นการข่มขู่ ตรงไปยังวัวอีแดง
                บุญรีบวิ่งไปปลดเชือกวัวของตน เพราะรู้ดีว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีการปะทะกันอย่างแน่นอน เมื่อวัวอีแดงเห็นอีงอมเดินตรงมาหาตัว มันเปลี่ยนจากกินหญ้าบนคันนา แต่กลับใช้เขาขวิดลงบนคันนาเพื่อเป็นการตอบโต้ว่าพร้อมที่จะสู้เหมือนกัน วัวอีแดงยืนยืดตัวแอ่นหลังก้มหน้าเดินหันสีข้าง พ่นลมหายใจตรงเข้าหาเช่นกัน ทันใดนั้นอีงอมพุ่งเข้าใส่อีแดงอย่างเต็มกำลังเสียงดัง ตึง ทั้งสองตัวดันกันไปมาอย่างดุเดือดเอาเป็นเอาตาย
                “หย่องมัน สั่งสอนมัน ให้มันฮู้ว่าไผเป็นไผ” บุญกระโดดโหยง ๆ ออกคำสั่งให้วัวของตนสู้กับศัตรู
วัวทั้งสองสู้กันอยู่ไม่นาน วัวอีแดงก็ได้ชอนเขาเข้าตรงคอของวัวอีงอมไถถลาไปเหมือนกับรถไถดันดิน วัวอีงอมหมดทางสู้วิ่งแจ้นหนี อีแดงตามขวิดสั่งสอนเหมือนรู้คำสั่งของบุญ
                บุญรีบวิ่งตามไปจับวัวของตนกลับคืนมาไว้ที่เดิม ส่วนวัวอีงอนนั้นวิ่งกลับไปทางเดิมที่เดินมาอย่างไม่คิดชีวิต







                                                                                                                                                  เซียง  บุญ...

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๒)

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๙)

นวนิยาย โลกโคจรรอบตัววัว(ตอนที่๔)